5 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนกัดสีผม

Date : 18.01.19



เป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ ค่ะสำหรับเทรนด์การย้อมสีผมแฟชั่นและแนวสีพาสเทล แล้วเคยสงสัยกันไหมคะว่าหนุ่มๆ สาวๆ ผมเทา ผมทอง ผมเขียว ผมน้ำเงินเหล่านี้ย้อมผมกันยังไงสีถึงติดขนาดนี้


ปกติแล้ว การทำสีผมสว่างๆ หรือสีแนวแฟชั่น อาจต้องมีการกัดสีผมก่อนเพื่อให้ได้สีที่ชัดเจนเมื่อลงสีจริง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยย้อมผมหรือผู้ที่มีผมสีดำตามธรรมชาติค่ะ ฟาร์เกอร์ได้รวบรวม 5 คำถามที่มีคนอยากรู้คำตอบมากที่สุดมาสรุปเป็นความรู้ 5 ข้อเกี่ยวกับการกัดสีผมมาฝากค่ะ


เลือกน้ำยากัดสีผมอย่างไรดี?


น้ำยากัดสีผมทั่วไปจะมีให้เลือกหลายเฉดสี คุณสามารถเลือกเฉดสีที่ชอบได้ดังใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับพื้นสีผมเดิมของตัวเองและความสว่างของสีใหม่ที่ต้องการย้อม

  • เฉดสีทองแดงเหมาะสำหรับผมที่จะทำสีบลอนด์ส้ม บลอนด์แดง บลอนด์มะฮอกกะนี และคอปเปอร์
  • เฉดสีเหลืองเหมาะสำหรับผมที่จะทำสีเขียว บลอนด์ทอง บลอนด์เขียว บลอนด์หม่นเขียวอมเทา สีม่วงเข้ม
  • เฉดสีเหลืองอ่อนมากถึงสีขาวเหมาะสำหรับผมที่จะทำสีแนวพาสเทลทุกสี เช่น สีม่วง น้ำเงิน เทา

ส่วนเรื่องปริมาณ สำหรับสาวๆ ผมยาวแล้ว แนะนำให้ใช้ 2 กล่องขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความยาวและความหนาของผม ขอเตือนก่อนนะคะว่าหากเราป้ายน้ำยากัดสีผมไม่ทั่วอาจทำให้สีผมด่างหรือกัดสีออกมาไม่สม่ำเสมอได้ค่ะ


อยากกัดสีผมให้สีติดทนสวยต้องทำยังไง?


เมื่อกัดสีผมได้ระดับที่ต้องการแล้ว ก่อนลงสี แนะนำให้สระผมด้วยแชมพูแบบอ่อนโยนเพื่อล้างน้ำยากัดสีผมออกให้หมด หากมีน้ำยาค้างอยู่บนผมขณะลงสี อาจทำให้สีด่างได้ การลงสีหลังกัดสีผม ควรใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เพียง 3% หรือ 6% เท่านั้น ที่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความเข้มข้นที่ 9% และ 12% ก็เพราะ ความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ยิ่งสูง ยิ่งเปิดเกล็ดผมมาก ทำให้สีหลุดไวขึ้นค่ะ


กัดสีผมแล้วไม่ได้ดั่งใจ ทำยังไงดี?


สำหรับชาวเอเชียอย่างเราๆ นั้น การกัดสีผมเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ บางคนอาจจะต้องกัดสีซ้ำ 2-3 ครั้งเพื่อให้เส้นผมมีสีจางลง ซึ่งสามารถทำซ้ำตามขั้นตอนการกัดสีผมปกติได้ทันทีหลังจากผมแห้งหรือเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 สัปดาห์ และระหว่างการกัดสีซ้ำ หากเริ่มรู้สึกว่าแสบหนังศีรษะแล้ว แนะนำให้หยุดทันทีค่ะ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงหรือพึงพอใจแล้ว จึงเริ่มขั้นตอนการทำสีผมที่ต้องการต่อไป


ผมจะเสียไหมเมื่อกัดสีผม?


พึงระลึกไว้ว่าการกัดสีผมเป็นการเปิดเกล็ดเส้นผม ทุกครั้งที่กัดผมก็คือการเปลี่ยนโครงสร้างของเส้นผม ทำให้ผมพรุน เส้นผมที่ผ่านการกัดสีจะมีลักษณะเปราะ แห้ง และแตกปลาย ซึ่งจะไม่สามารถรักษาให้กลับมามีสภาพเดิมได้ 100% ดังนั้น ผู้ที่กัดสีผมจึงต้องหมั่นบำรุงเส้นผมเป็นประจำ นอกจากแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์แล้ว ก็ควรหมักผมด้วยทรีทเม้นต์ และใส่เซรั่มบำรุงผมทุกครั้งที่สระผมค่ะ ใช้ผลิตภัณฑ์หรือสเปรย์กันความร้อนทุกครั้งเมื่อต้องหนีบหรือม้วนผม นอกจากนี้ ควรใช้หวีที่ซี่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ควรหวีผมขณะเปียก เพราะ ผมจะมีความเปราะ ขาดง่าย อาจรับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุเพื่อช่วยบำรุงเส้นผมอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง ข้าวกล้อง งาดำ ฟักทอง และแครอท เป็นต้น ก็ได้นะคะ


ใครที่ไม่ควรกัดสีผม


ผู้ที่มีแผลสดหรือสะเก็ดแผลบนหนังศีรษะจะต้องทำการรักษาแผลให้หายสนิทเสียก่อนจึงจะทำการกัดสีผมได้ ในผู้ที่ผ่านการดัด ยืด หรือทำสี ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนกัดสี ส่วนผู้ที่แพ้ง่ายก็ควรทดสอบอาการแพ้ตามคำแนะนำข้างกล่องก่อนทุกครั้งค่ะ


ใครรักที่จะตามเทรนด์แฟชั่นสีผมแล้วก็อย่าลืมเตรียมตัวบำรุงและดูแลเอาใจใส่เส้นผมมากเป็นพิเศษกันหน่อยนะคะ เอาจริงๆ แล้ว การกัดสีผมเพื่อย้อมสีผมจี๊ดๆ อาจจะช่วยเปิดประสบการณ์ทางด้านแฟชั่นในมิติใหม่ให้กับเพื่อนๆ ก็ได้นะคะ เผลอๆ อาจจะกลายเป็นความทรงจำเอาไว้นึกย้อนเมื่อเวลาผ่านไปว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็เคยทำสีผมชิคๆ แบบนี้มาแล้ว อย่ากลัวที่จะลองค่ะ เพราะ ใช่ว่าเราจะย้อมสีนี้ไปตลอดที่ไหน แค่ดูให้เหมาะสมกับวัย สีผิว สไตล์การแต่งตัว และกาลเทศะก็พอแล้วค่ะ



Copyright 2017 · All rights reserved.